จัดสวนอย่างไรให้ตรงตามฉบับของเรา

จัดสวนอย่างไรให้ตรงตามฉบับของเรา  ขั้นตอนการจัดสวน

จัดสวนอย่างไรให้ตรงตามฉบับของเรา
จัดสวนอย่างไรให้ตรงตามฉบับของเรา

จัดสวนอย่างไรให้ตรงตามฉบับของเรา  ขั้นตอนการจัดสวน ด้วยตัวเอง ทำเองได้ไม่ยาก เทคนิคจัดสวน เองฉบับวิชามารประหยัดงบ

การจัดสวน หมายถึง  สถานที่ที่มีการ ปลูก ตกแต่ง  จัด พันธุ์ไม้อย่างเป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน  โดยส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกภายนอกอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศที่สวยงามให้กับสถานที่นั้นๆ เป็นการสร้างธรรมชาติรูปแบบใหม่หรือลอกเลียนแบบธรรมชาติ นอกจากนี้การจัดสวนยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่อาศัยเพราะการที่เรามีสวนที่สวยงามจะทำให้เรารู้สึกว่าบ้านของเรานั้นหน้าอยู่

ขั้นตอนการจัดสวน ด้วยตัวเอง ทำเองได้ไม่ยาก ต้นศิลป์

1. เริ่มจากหาสไตล์การจัดสวนที่ชอบ

เริ่มจากการหาสไตล์ของสวนก็คือหน้าตาและบรรยากาศสวนที่เราอยากได้ ซึ่งสไตล์การจัดสวนที่เป้นที่นิยมในปัจจุบันก็ยังคงเป็น สวนสไตล์อังกฤษ, สวนสไตล์ป่าๆดิบๆ เน้นไปทางธรรมชาติ และ การจัดสวนสไตล์โมเดิร์น แนะนำว่าควรจะเซฟรูปสวนในสไตล์ที่เราชอบไว้เยอะๆ เพื่อให้เห็นสไตล์ของตัวเองชัดขึ้น นอกจากจะต้องสนใจเรื่องความชอบของสไตล์สวนแล้ว เรายังต้องดูประกอบกันพื้นที่ของเราที่มีอยู่ว่าเหมาะสมกับสไตล์ที่เราต้องการหรือไม่ และควรศึกษาเรื่องการดูแลรักษาต้นไม้ด้วย

2. เลือกต้นไม้ ให้เหมาะกับการจัดสวน

ในการเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับสไตล์และพื้นที่ที่เราชอบนั้น โดยทั่วไปควรจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่เสมอ เพื่อเป็นหลักให้กับสวน ควรศึกษาการโตเต็มที่ของต้นไม้แต่ละชนิดให้ดี ว่าโตแล้วเป็นแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ เหมาะกับพื้นที่ของเราจริงๆหรือไม่ หากพื้นที่บ้านมีขนาดเล็กหรือแคบควรหลีกเลี่ยงพืชประเภทใบใหญ่ ฟอร์มพุ่มแผ่กว้าง เพราะจะยิ่งทำให้พื้นที่ดูอึดอัด  นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษา รดน้ำต้นไม้ หรือแม้แต่การเก็บกวาดใบไม้ที่จะร่วงลงมา ว่าเหมาะสมกับเวลาของเราหรือไม่

3. ออกแบบสวน

เมื่อได้สไตล์สวนที่อยากได้แล้ว และศึกษาต้นไม้ที่จะนำมาลงแล้ว ลองเขียนแปลนพื้นที่สวนที่อยากได้ แนบรูปไอเดียออกมาในแปลน ตำแหน่งที่ต้องการวางต้นไม้ ทิศทาง และระยะที่ติดกับรั้ว หรือ ตัวบ้าน แนวทางเดินและวัสดุที่จะให้ การออกแบบคร่าวๆนี้ จะช่วยให้ ประเมินราคาได้ก่อนออกไปซื้อของ ช่วยให้การซื้อต้นไม้และของตกแต่งรวดเร็วและง่ายขึ้น

4. เตรียมพื้นที่ก่อนการจัดสวน

การเตรียมพื้นที่ก่อนจัดสวนเป็นสิ่งที่ไม่ควรข้ามไปเลย สิ่งที่เพื่อนๆต้องดูในการเตรียมพื้นที่ก่อนจัดสวนมีดังนี้

  • สำรวจพื้นที่ คำนวนวัสดุที่จะใช้ในการปรับพื้นที่ วัสดุหลักที่ใช้ในการปรับปรุงพื้นที่ คือ ทราย ดินปลูกต้นไม้ หินแม่น้ำตกแต่งสวน บล็อกปูพื้นที่ใช้ตกแต่งสวนหรือจัดสวน
  • สำรวจแนวท่อน้ำ ท่อประปา ระบบสายไฟฟ้าให้เรียบร้อย
  • ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอเท่ากัน กำจัดวัชพืช หลังจากนั้นนำทรายมาปรับสภาพพื้นที่ให้เท่ากัน แล้วใช้น้ำฉีดให้ทั่ว เพื่อให้ดินอัดแน่นยิ่งขึ้น แล้วดูการไหลของน้ำว่าเกิดการขังขึ้นจุดไหนบ้าง หลังจากนั้นกำหนดจุดตกแต่งต่างๆของสวน

5. ลงมือจัดสวน

เมื่อเตรียมพื้นดินสำหรับปลูกต้นไม้แล้ว ก็สามารถลงต้นไม้ได้เลย โดยลำดับของการของการลงต้นไม้ คือ ลงไม้ประธานหรือต้นไม้หลักก่อน แล้วจึงตามด้วยไม้พุ่มและไม้คลุมดิน กำหนดบริเวณตามลักษณะของพรรณไม้ที่จะปลูก ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ควรขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าดินที่หุ้มรากไม้โดยรอบอีก 10 เซนติเมตร และลึกกว่า 10-15 เซนติเมตร สำหรับต้นไม้เล็กก็เช่นกัน แต่จะขุดหลุมตื้นและแคบลงตามขนาด ควรระวังเรื่องระยะปลูกไม่ควรชิดกันมากจนเกินไป

 

เทคนิคจัดสวน เองฉบับวิชามารประหยัดงบ

1.ลองใช้ดอกไม้สีสดๆ ดูสิ

ดอกไม้สีสันสดใสคือทางเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน เพราะมันจะลดบรรยากาศอึมครึม ทำให้น่ามองขึ้น ดึงความสนใจของผู้มาเยือนได้อยู่หมัด และสีที่จัดจ้านจะทำให้พื้นที่ของสวนได้รับการเติมเต็มกว่าที่เคย

2.ใช้ก้อนหินเพื่อตัดขอบ

ก้อนหินจะเป็นตัวเอกสำหรับการตัดขอบ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนภายในสวนชัดเจนขึ้น ระหว่างกลุ่มดอกไม้กับพื้นหญ้า พยายามเลือกใช้ก้อนหินที่มีรูปร่างใกล้เคียงกันเพื่อความเป็นระเบียบ และนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ก้อนหินยังเป็นตัวเลือกที่มีราคาย่อมเยาที่สุดแทนการใช้ก้อนอิฐอีกด้วย

3.พยายามเพาะปลูกเองก่อนที่จะซื้อไม้ต้นใหญ่มา
ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อน ก็ลองเพาะเมล็ด ปลูกต้นกล้าเองก่อนที่จะซื้อมาสิ รับรองว่าการเฝ้าดูต้นไม้เล็กๆ เติบโต เป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ และวิธีปลูก ต้นไม้ดอกไม้หลายชนิดก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ของอย่างนี้ต้องลองแล้วถึงจะรัก

4.ปุ๋ยคือสิ่งสำคัญ

ไม่ว่าจะเพาะต้นกล้าเองหรือซื้อต้นไม้มา เมื่อนำมาลงดิน สวนของเราก็ควรจะต้องได้รับการดูแล เพิ่มสารอาหารลงไปในดิน และปุ๋ยที่นำมาใช้ ปุ๋ยหมักคืออีกทางเลือกของคนงบน้อย แค่นำของเสียที่เหลือจากวัตถุดิบในห้องครัวมาหมักอย่างถูกวิธี เท่านี้ก็จะได้สิ่งที่สามารถนำมาบำรุงสวนของคุณให้สวยต่อไปได้นานๆ

5.ซื้อต้นกล้าก่อนต้นไม้
ต้นกล้าส่วนมากจะมีราคาถูกกว่าต้นไม้ การทะนุถนอมดูแลก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่งเหมือนกันนะ สำหรับการจัดการสวนของตัวเองให้ร่มรื่นและยังประหยัด แต่ผลที่ได้ตามหลัง 5-10 ปียังไงก็คุ้มค่าแน่นอน

 

หลักการออกแบบแปลนสวน

1. หลักศิลปะในการออกแบบสวน เช่น ความกลมกลืนกัน รูปแบบของสวน เวลา สัดส่วน การแบ่งพื้นที่จัดสวน เส้น รูปร่าง ผิวสัมผัส สี หลักจิตวิทยาในการออกแบบแปลนสวน
2. เครื่องมือ และการใช้เครื่องมือ สัญลักษณ์ ในการออกแบบแปลนสวน
2.1 เครื่องมือเขียนแบบ
2.2 หลักการเขียนแบบแปลนสวน
3. ขั้นตอนการออกแบบแปลนสวน
-สำรวจสภาพพื้นที่
-สัมภาษณ์ข้อมูลจากเจ้าของสวน
-การเขียนแบบแปลนสวนรูปด้านบน – รูปด้านข้างหรือรูปทัศนียภาพ
-องค์ประกอบต่างๆในการออกแบบแปลนสวน

ขั้นตอนการออกแบบตามที่กล่าวมาแล้วจะช่วยให้ผู้ออกแบบทํางานได้ถูกต้องจากข้อมูล ต่าง ๆ ที่ร่างไว้ เมื่อเริ่มเขียนแปลน ก็จะเริ่มจากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

1. กําหนดทางเดิน ให้สอดคล้องทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร สังเกตทางเข้าออก ตัวบ้าน จัดวางทางเดิน ให้ได้โดยรอบตัวบ้าน จากหน้าบ้านไปหลังบ้าน จากหลังบ้านมาหน้าบ้าน ทางเดินไปจุดต่าง ๆ จัดให้ไหลเวียนไปโดยไม่ติดขัด จากโรงรถ ก็ควรจะมี ทางเดิน ไปหลังบ้านได้โดยไม่ต้องผ่านภายในบ้าน ทางเดินแต่ละจุด อาจเชื่อมต่อกัน โดยไม่ทําให้สนามหญ้าเสียไป และ ไม่ควรทํา ทางเดิน ที่ไร้จุดหมาย วัสดุที่ใช้ทําทางเดินขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ของการใช้งาน และรูปแบบของการจัดสวนนั้น ๆ

2. วางตําแหน่งไม้ต้น เมื่อกําหนดทางเดินภายในสวนแล้ว งานต่อไปคือวางตําแหน่ง ไม้ต้น เพราะไม้ต้นจะเป็นไม้ใหญ่มีระดับสูงสุด และเป็นไม้ที่ให้ร่มเงาในจุดต่าง ๆ ตําแหน่งที่ปลูกไม้ต้น ได้แก่ บริเวณรั้วรอบบ้าน จุดที่ต้องการร่มเงาใช้พักผ่อน ริมถนน ไปยัง ที่จอดรถ ด้านทิศตะวันตกของอาคาร ที่ใช้เป็นห้องพักฟ่อนรับแขก เหล่านี้ เป็นต้น
การจัดวางไม้ต้น ถ้าเป็น สวนแบบประดิษฐ์ มักจะปลูกเรียงแถวเป็นเส้นตรงตามแนวทางเดินที่กําหนดไว้ ถ้าเป็น สวนธรรมชาติ จะปลูกเป็นกลุ่ม 3-5 ต้น การปลูกไม้ต้นนี้อาจจะเป็นชนิดเดียวกัน หรือปลูกสลับกับไม้พุ่มก็ได้ การเลือกใช้พรรณไม้จะต้องระมัดระวัง เพราะ พรรณไม้ บางชนิดจะต้องการ การดูแลทําความสะอาดบริเวณนั้น ๆ ค่อนข้างมาก เนื่องจากการทิ้งใบของพรรณไม้ หรือในกรณีที่มีโรคแมลงรบกวนมาก ก็ควรจะหลีกเลี่ยงไม่นํามาใช้ และตําแหน่งการใช้งานก็ควรจะพิจารณาเลือกพรรณไม้ให้ถูกต้อง

3. กําหนดพื้นที่เพื่อประโยชน์ใช้สอยและความงาม

เมื่อกําหนดทางเดิน และวางตําแหน่งต้นไม้แล้ว พื้นที่ส่วนที่เหลือจะต้องวิเคราะห์ดูว่า จุดไหน เหมาะสําหรับความต้องการอะไร โดยยืดหลักเรื่องประโยชน์ใช้สอยก่อน แล้วจึงตกแต่งให้เกิดความสวยงามตามมา เช่น บริเวณหลังบ้าน จะต้องใช้พื้นที่เป็น ส่วนบริการ ใช้ซักผ้า ตากผ้า เก็บของ เหล่านี้ เป็นต้น ลานซักล้าง จะต่อเนื่องจาก ห้องครัว บริเวณพื้นต้องเป็นซีเมนต์ เมื่อกําหนดส่วนใช้สอยแล้วจึงพิจารณาพรรณไม้ประดับตกแต่ง ปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการให้บุคคลอื่นเห็น บริเวณใกล้ ห้องรับแขก ห้องพักผ่อน วางตําแหน่งจัดสวนหย่อม อาจจะทํานํ้าตก นํ้าพุหรือสระนํ้า เลี้ยงปลา ปลูกบัว เพื่อให้มองเห็นได้จากภายในสู่ภายนอก การจัดสวนหย่อม ควรมีเพียง 1-2 จุดเท่านั้น หากมีมากเกินไปจะทําให้ความเด่นของสวน ลดน้อยลง ส่วนพื้นที่อื่น ๆ เช่น มุมพักผ่อน สนามเด็กเล่น แปลงไม้ดอก ควรจะ กําหนดลงไปพร้อมพรรณไม้และวัสดุอื่น ๆ

การวางพรรณไม้ลงในจุดต่าง ๆ จะต้องพิจารณาเรื่องแสงประกอบด้วยเพราะพรรณไม้ที่ใช้ต้องการแสงสว่างมากน้อยต่างกัน ในจุดที่มีแสง เช่น ริมทางเดิน ถนน ควรเลือกใช้ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม เช่น หูปลาช่อน เข็ม หรือจะเลือกใช้ไม้ดอก เช่น บานบุรี พวงทอง ช้องนาง ปลูกสลับกับ ไม้ต้น ก็ได้บริเวณมุมสนามระหว่างถนนกับระเบียง จุดนี้จะต้องมี การจัดวางพรรณไม้ เพื่อเพิ่มความสวยงาม ลดความกระด้างของแนวถนน การจัดวางพรรณไม้อาจจะใช้ไม้ตระกูลปาล์มร่วมกับไม้คลุมดิน หรือไม้พุ่ม ก้อนหินร่วมกับ ไม้คลุมดิน ก็ได้
ในกรณีที่เจ้าของสถานที่ต้องการปลูกไม้ผลและทําสวนครัว ก็ควรจะกําหนดจุดนี้ไว้ บริเวณหลังบ้านที่ได้รับแสงแดดจัด มีไม้ผลบางชนิด เช่น สาเก ละมุดสีดา ซึ่งสามารถนํามาปลูกตกแต่งบริเวณบ้านได้
ในการออกแบบจัดสวน หากมีพื้นที่มากพอควรทําสนามหญ้าด้วย เพราะสนามหญ้าจะช่วยให้สวนนั้นสวยงามยิ่งขึ้น บริเวณพื้นที่ที่ทําสนามหญ้า ควรเป็นด้านหน้าซึ่งได้รับแสงแดดเต็มที่ รูปแบบของสนามหญ้าจะเป็นรูปใดขึ้นอยู่กับชนิดของสวนนั้น ๆ
การจัดสวนก็คล้ายกับการเขียนภาพสี ซึ่งภาพที่ออกมาจะสวยงามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดวางสิ่งต่าง ๆ รู้จักธรรมชาติของพรรณไม้ รวมถึงสีสัน ทรงต้น ตลอดจนการดูแลรักษาพรรณไม้เหล่านั้น การออกแบบสวนที่สวยงามจะต้องมีความเป็นระเบียบไม่ว่าจะเป็น สวนแบบประดิษฐ์ หรือ สวนแบบธรรมชาติ มีจุดเด่นไม่มากเกินไป มีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันระหว่างจุดต่างๆ ตลอดจนให้ประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่นั้น ๆ ได้ตามความต้องการการออกแบบแต่ละครั้ง ถ้าหากผู้ออกแบบได้ศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทราบปัญหาทุกอย่างในสถานที่นั้น ๆ แล้ว แบบที่ออกมาจะมีโอกาสใช้ได้เป็นที่น่าพอใจถึง 80 เปอร์เซ็นต์ การออกแบบที่ดีควรให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบน้อยที่สุด เมื่อนําไปใช้จัดสวนจริงๆ เพราะในขณะทํา การจัดสวน ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงแบบมากเกินไป ก็จะทําให้ ความเชื่อถือลดน้อยลง

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการออกแบบสวน การออกแบบแต่ละครั้งแม้จะดีที่สุด แต่บ่อยครั้งพบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบบ้างบางส่วน ข้อผิดพลาดที่ทําให้ต้องเปลี่ยนแปลงแบบเกิดจากพรรณไม้ องค์ประกอบและสิ่งก่อสร้างในสวน รวมทั้งโครงสร้างของสวน

  1. พรรณไม้ ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเป็นเพราะไม่ได้ศึกษารายละเอียดของพรรณไม้นั้น ทําให้วางตําแหน่ง การปลูกผิดพลาด ทั้งตําแหน่งที่ปลูก ระยะปลูก บางครั้งจํานวน พรรณไม้ ที่ระบุไว้ในแบบมาก ทําให้ไม่สามารถ จะหาได้เพียงพอ เหล่านี้ เป็นต้น นอกจากนี้ การจัดกลุ่มพรรณไม้ เข้าด้วยกันจะต้องคํานึงถึง หลักของศิลปะ ที่จะต้อง พิจารณาความสมดุล ความกลมกลืน ลักษณะพื้นผิว รวมทั้งความสูงและการเจริญเติบโตของพรรณไม้แต่ละชนิดด้วย การจัดสวนเลียนแบบธรรมชาติ จะต้องจัดหาพรรณไม้ที่ให้บรรยากาศของป่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องใช้การสังเกต และอาศัยระยะเวลาใน การสะสมประสบการณ์ซึ่งจะช่วยให้ การออกแบบจัดสวน ในครั้งต่อ ๆ ไปดียิ่งขึ้น
  2. องค์ประกอบและสิ่งก่อสร้างในสวน การจัดสวนนอกจากจะใช้พรรณไม้ต่าง ๆ แล้วยังมีองค์ประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย เช่น หิน ตอไม้ โอ่ง ไห รูปปั้น สระนํ้า นํ้าพุศาลาพัก ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะมีให้เลือกมากมายหลายชนิด ราคาก็แตกต่างกัน ผู้ออกแบบที่รู้จักวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้มาก รู้แหล่งใน การจัดซื้อก็สามารถจัดหา นํามาใช้ประกอบ การจัดสวน ได้มากขึ้น ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับว่ารู้รายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ เพียงใด รู้ขนาด ความเหมาะสมใน การนํามาใช้ประกอบ การจัดสวน ตลอดจนรู้ราคาและความยากง่ายในการจัดซื้อ หากออกแบบไว้แล้วไม่สามารถจัดหาได้ แบบแปลนนั้นก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
  3. โครงสร้างของสวน การจัดสวนที่สวยงามนอกจากการออกแบบดี พรรณไม้และองค์ประกอบเหมาะสมแล้ว โครงสร้างพื้นฐาน ก็เป็นสิ่งสําคัญ เพราะโครงสร้างของสวนก็เปรียบเสมือนฐานรากของสวน การศึกษาเรื่องวิธี การปลูกพรรณไม้ ตลอดจน การดูแลรักษา เป็นสิ่งจําเป็นสําหรับนักจัดสวน เพราะความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้จัดเตรียมโครงสร้างของสวนได้ถูกต้อง ทั้งในส่วนของการเตรียมดิน เตรียมหลุมปลูกที่เหมาะสม พรรณไม้ต่าง ๆ ที่จัดลงไปก็จะเจริญเติบโตได้ดี ปัญหาใน การดูแลรักษา จะน้อยลง

การจัดสวนแต่ละครั้งจะมีข้อผิดพลาดต่าง ๆ เกิดขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็น ประสบการณ์ให้เกิด ความรู้ที่จะนําไป ดัดแปลง ใช้ในครั้งต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ผู้ออกแบบจัดสวน จะให้ความเอาใจใส่ในเรื่องนี้มากหรือน้อย การจัดสวน เป็นทั้ง ศาสตร์และศิลปะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ ร่วมกัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.